วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

Silica sand

ทราย (Silica sand)
ลักษณะแร่ ทราย  Silica sand (SiO2) ลักษณะเด่น และวิธีตรวจ ดูจากความวาวคล้ายแก้ว รอยแตกเว้า และรูปร่างของผลึก แตกต่างจากแร่แคลไซท์ตรงที่แข็งกว่า
ซิลิกา (ซิลิคอน ไดอ๊อกไซด์ SiO2) อยู่ในรูปของ แร่ควอทซ์ ซึ่งปรากฏในชั้นหินอัคนี หินตะกอน และหินทราย ทั่วโลกบริโภคทรายซิลิกาประมาณ 120 ล้าน เมตริกตันต่อปี โดยในจำนวนนี้ไม่รวมถึงควอทไซต์ ทราย และหินลูกรัง สำหรับก่อสร้าง
ทรายซิลิกา (ทรายสำหรับงานอุตสาหกรรม) เป็นแร่ควอทซ์ ที่ผ่านกระบวนการตามธรรมชาติและมีความบริสุทธิ์สูง ทรายซิลิกาเหมาะสำหรับการผลิตแก้ว หล่อโลหะ ใช้เป็นผงขัด เซรามิกส์ หรือสารฟิลเลอร์
คำว่าทรายอุตสาหกรรมมักหมายถึงทรายซิลิกาที่มีความบริสุทธิ์สูงและต้องมีการควบคุมขนาดการผลิตอย่างแม่นยำ มากกว่าคอนกรีต หรือหินแอสฟัลท์ ส่วนคำว่าซิลิกาคือกลุ่มแร่ที่ประกอบด้วยซิลิคอนและออกซิเจน ซึ่งพบได้ทั่วไปในชั้นเปลือกโลก ซิลิกามีขนาดและโครงสร้างผลึกหลากหลาย นอกจากนี้ยังพบอยู่ในรูปทรงอื่นๆ ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศและการทับถม ของซากแพลงตอน ผลึกซิลิกาที่พบมากที่สุดอยู่ในรูปแร่ควอทซ์ ซึ่งถือเป็นแร่บนเปลือกโลกที่มีปริมาณมากเป็นอับดับสอง นอกจากนี้แร่ควอทซ์ยังปรากฏอยู่ในหินทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหินอัคนี หินตะกอน หรือหินแปร แม้ว่าแร่ควอทซ์จะมีปริมาณมาก และพบได้ในเกือบทุกเหมือง แต่แร่ควอทซ์ที่มีความบริสุทธิ์เพียงพอในเชิงพาณิชย์นั้นมีน้อย ทรายซิลิกาพบได้ง่ายบริเวณหน้าดิน ในเหมืองเปิดและเหมืองอุโมงค์ การถลุงแร่ดังกล่าวมีกระบวนการหลายขั้นตอน โดยเริ่มจากการกำจัดสิ่งปลอมปน ทำให้แห้ง และคัดขนาดให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานก่อนนำไปจำหน่าย
ซิลิกามักใช้ในการผลิตแก้ว นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมทรายซิลิกาเข้ากับ เรซินสังเคราะห์ เพื่อใช้เป็นแม่พิมพ์สำหรับการหล่อโลหะได้อีกด้วย แร่ควอทไซต์ ยังใช้ในอุตสาหกรรมการถลุงโลหะ อีกทั้งเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต เฟอร์โรซิลิคอน และที่สำคัญ
ประโยชน์ของทรายแก้ว ทรายแก้วใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ดังนี้
1.
ใช้ทำแก้ว เช่นแว่นตา เครื่องแก้วใส ภาชนะบรรจุของ กระจกแผ่นเรียบ
2.
ใช้ในงานหล่อโลหะ
3.
ใช้ทำอิฐทนไฟ
4.
ใช้ทำ Sodiam Silicate
5.
ใช้เป็นตัวช่วยในการหลอม
6.
ใช้ประโยชน์อื่น ตามเปอร์เซ็นต์ของส่วนประกอบทางเคมี